สิทธิมนุษยชนรากฐานที่สำคัญของประชาธิปไตย



ในปัจจุบัน ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน มิได้จำกัดอยู่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังจัดได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ในระดับโลก ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทำทารุณกรรมต่อเด็กและสตรี ปัญหาคนชายขอบ ปัญหาสิทธิของความเป็นพลเมือง และสิทธิทางการเมือง

สาเหตุที่ส่งผลให้เกิดปัญหา ด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมีอยู่ด้วยกันหลายประการ ได้แก่ เกิดจากการตีความหมายของคำว่า สิทธิมนุษยชน ไปในเชิงหลักกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว จึงเป็นผลให้เกิดการทำผิด ละเมิดสิทธิ และจบท้ายด้วยการลงโทษตามกฎหมาย เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐในองค์กรต่าง ๆ รวมไปถึงประชาชน ยังขาดความเข้าใจในหลักสิทธิมนุษยชน กลไกในการแก้ไขความเดือดร้อนตามช่องทางของกฎหมายได้อย่างถูกต้อง แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายหรือพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน แต่ยังขาดองค์กรหรือบุคลากรที่จะรับผิดชอบดำเนินการปกป้องและคุ้มครองอย่าง เป็นธรรม แม้จะมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แต่องค์กรนี้ก็ไม่มีอำนาจในการเยียวยาหรือชดใช้ความเสียหายให้แก่ผู้ถูก ละเมิดสิทธิมนุษยชน

สิทธิมนุษยชน หมายถึง สิทธิที่ติดตัวมาตามธรรมชาติในฐานะที่เป็นมนุษย์ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน โดยไม่ต้องคำนึงถึงสัญชาติ ศาสนา หมู่เหล่า มนุษย์มีสถานะสากล ซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับขอบเขตของกฎหมาย หรือปัจจัยท้องถิ่นอื่นใด เช่นเชื้อชาติ หรือสัญชาติ ดังนั้นหลักการของสิทธิมนุษยชน มีขอบเขตเกินเลยไปกว่าความเป็นตัวบทกฎหมาย และก่อร่างขึ้นเป็นหลักศีลธรรมพื้นฐานสำหรับวางระเบียบภูมิศาสตร์การเมือง ร่วมสมัย สิทธิมนุษยชน ได้มีการนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อประเทศไทยได้ลงนามใน ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2491 หลังจากนั้นประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนจำนวน หลายฉบับ เช่น อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ,อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ,กติการะหว่าง ประเทศว่าด้วยสิทธิทางพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และกติกาว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ปัญหาสิทธิมนุษยชน จะหมดไปไม่ได้หากรัฐบาลไม่กล้าที่จะเผชิญและยอมรับความมีอยู่จริงของ ปัญหา แต่ในทางกลับกัน หากรัฐบาลให้ความสำคัญและส่งสัญญาณในการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมที่จะส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกภาคส่วน ของสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยการสนับสนุนและเปิดโอกาสให้องค์กรภาคประชาชน ตรวจตราสังคมเมื่อพบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในรูปแบบต่าง ๆ ด้วยตนเอง ให้หน่วยงานภาครัฐได้ตระหนักถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามหลักจริยธรรม และประชาชนมีความเข้าใจหลักสิทธิมนุษยชนที่ตนพึงจะได้รับและตระหนักถึงสิทธิ เมื่อเป็นผู้ถูกละเมิด การปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตลาอดจนพิจารณาทบทวน ปรับปรุง และเสนอแก้ไข กฎหมายฉบับต่าง ๆ ที่อาจขัดต่อหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและอนุสัญญาที่สำคัญของสห ประชาชาติ


ฉบับที่ 166 เดือน มิถุนายน 2557
ดูทั้งหมด

ขณะนี้มีผู้ Online อยู่
Number of Today 0 คน
Number of Yesterday 0 คน
Number of Lastmonth 6 คน
Total 3,503 คน