<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่นประเด็นร้อน]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/index/id/1169</link>
<atom:link href="https://region2.prd.go.th/th/content/category/index/id/1169" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“ท่องเที่ยว” แถลงจัดงาน “World Travel & Culture Expo 2026” ดันไทยสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยว วัฒนธรรม ความบันเทิงอาเซียน 29 - 31 ต.ค. 69]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/524973</link>
<guid isPermaLink="false">26820f3cbae416031b8450badf3ef387</guid>
<pubDate>Thu, 23 Jul 2026 08:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และ Guangdong Grandeur International Exhibition Group ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติจากสาธารณรัฐประชาชนจีน แถลงข่าวงาน World Travel &amp; Culture Expo 2026 (WTCE 2026) มหกรรมระดับนานาชาติที่รวบรวม 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ อุตสาหกรรมสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยว (TAAPE) อุตสาหกรรมกีฬาและบิลเลียด (TBE) เทคโนโลยีแสง สี เสียง และการแสดง (ASE) อุตสาหกรรมภาพยนตร์ และธุรกิจ Global IP ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์แก่ผู้บริโภค เพื่อยกระดับการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยสู่เวทีโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจ ดึงดูดการลงทุน เชื่อมโยงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกับเครือข่ายนานาชาติ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความบันเทิงของอาเซียน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและพันธมิตรจากทั่วโลก จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้สนใจ เข้าร่วมงาน World Travel &amp; Culture Expo 2026 ระหว่างวันที่ 29&ndash;31 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อร่วมกันสร้างเครือข่าย เปิดโอกาสทางธุรกิจ นำเสนอศักยภาพของไทยสู่สายตานานาชาติ และพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งอนาคตไปด้วยกัน อีกทั้งในปี 2569 ยังเป็นวาระสำคัญที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีนก้าวสู่ปีที่ 51 งาน WTCE 2026&nbsp;จะเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดมิตรภาพ ขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย&ndash;จีนผ่านเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งตลาดจีนเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับ 1 ของประเทศไทย คาดการณ์ว่า ตลอดปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 5 ล้านคน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/20260723c76dafa643aba0a0ca4225347100fec4082421.jpg' type='image/jpg' length='1578079' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เปิด Thailand–China Cooperation Expo 2026 เชื่อมโยงการค้า การลงทุน นวัตกรรม เทคโนโลยี ไทย - จีน สู่ความมั่งคั่งร่วมกัน]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/524971</link>
<guid isPermaLink="false">6f2f2fc15279e21487899f10739f39b6</guid>
<pubDate>Thu, 23 Jul 2026 08:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน Thailand&ndash;China Cooperation Expo 2026 ภายใต้แนวคิด &ldquo;Investing for the Future, Growing Together&rdquo; โดยย้ำว่าไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยาวนาน พร้อมต่อยอดสู่ความร่วมมือในมิติใหม่ด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนจากจีนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการรองรับการลงทุน โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และสามารถดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศได้เป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว มีโครงการ Thailand FastPass ช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ มีความมั่นคง ปลอดภัย ขอให้นักลงทุนเชื่อมั่นและเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ยืนยันว่าจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับไทยเป็นลำดับต้นในนโยบายการทูตรอบบ้าน พร้อมยึดถือไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เชื่อถือได้และพึ่งพาได้เสมอมา ทั้งนี้ งาน Thailand&ndash;China Cooperation Expo 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;22-25 กรกฎาคม 2569 โดยมีผู้ประกอบการไทยและจีนเข้าร่วมกว่า 270 บริษัท จัดแสดงสินค้ากว่า 670 บูธ สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังมี Job Fair รวมตำแหน่งงานจาก 47 บริษัทชั้นนำไทย-จีน เปิดรับสมัครกว่า 3,000 อัตรา และ Education Fair ทุนการศึกษากว่า 2,000 ทุน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำจีนกว่า 20 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรไทยรุ่นใหม่สู่เศรษฐกิจยุค AI และเทคโนโลยี และยกระดับจากงานแสดงสินค้าไปสู่แพลตฟอร์มความร่วมมือไทย&ndash;จีนอย่างครบวงจร</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/2026072396b927bd833366e65b334fb0fabb792c081853.jpg' type='image/jpg' length='1522051' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[📣 ราคาน้ำมันทุกชนิด +0.90 บาทต่อลิตร 🔥]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/524955</link>
<guid isPermaLink="false">3767a751f978d2a3269678cac88b4329</guid>
<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 19:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>📣 ราคาน้ำมันทุกชนิด +0.90 บาทต่อลิตร 🔥<br />
📍คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) แจ้งผลการประชุมวันที่ 22 ก.ค. 2569 โดยที่ประชุมมีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 0.90 บาทต่อลิตร โดยมีผล 23 ก.ค. 2569 เวลา 05.00 น.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/202607228e5d06c4f736cb93048340db8a190205214113.jpg' type='image/jpg' length='211048' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[✨️ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มอบนโยบายด้านการเงิน การบัญชี และการพัสดุ แก่บุคลากรสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 ย้ำหัวใจสำคัญคือความโปร่งใสและถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/524952</link>
<guid isPermaLink="false">1ecbbb415cdca4ac869d59e3ad1795fc</guid>
<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 18:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>✨️ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มอบนโยบายด้านการเงิน การบัญชี และการพัสดุ แก่บุคลากรสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 ย้ำหัวใจสำคัญคือความโปร่งใสและถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล</p>

<p>วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 อุบลราชธานี &nbsp;ดร.พรพิทักษ์ แม้นศิริ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เดินทางปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเงิน การบัญชี และการพัสดุ โดยก่อนมอบนโยบาย รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นางพนิดา จันทวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ</p>

<p>โดย นายพรพิทักษ์ แม้นศิริ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่บุคลากร โดยเน้นย้ำว่า ภารกิจด้านการบริหารจัดการคลัง การเงิน การบัญชี และการพัสดุ คือหัวใจสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน หน่วยงานต้องมุ่งเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และความแม่นยำในการปฏิบัติงานตามระเบียบ เพื่อลดข้อผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ</p>

<p>สำหรับการรับฟังแนวทางในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้บริหารพร้อมด้วยบุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับงานบริหารทั่วไป งานคลัง และงานพัสดุ จากหน่วยงานสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2, NBT อุบลราชธานี, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด และ สวท. ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธรบุรีรัมย์ สุรินทร์ นครพนม มุกดาหาร และอำนาจเจริญ มีความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานให้มีความถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล และสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ให้เป็นไปอย่างมืออาชีพต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/2026072275808b61e3e54a87b8b695120f827945213525.jpg' type='image/jpg' length='96594' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[✨️ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เยี่ยมชมศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ พระพันปีหลวง ณ สปท.2 อุบลราชธานี]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/524944</link>
<guid isPermaLink="false">0968305abbe1c5b38260719b369189f2</guid>
<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 15:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>✨️ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เยี่ยมชมศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ พระพันปีหลวง ณ สปท.2 อุบลราชธานี</p>

<p>วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี ดร.พรพิทักษ์ แม้นศิริ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เข้าเยี่ยมชมศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นางพนิดา จันทวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สังกัดสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 ให้การต้อนรับ</p>

<p>&nbsp; ศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณอเนกอนันต์ และเปิดโอกาสให้พสกนิกรได้ร่วมแสดงความอาลัย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการที่เน้นความวิจิตรบรรจงและสมพระเกียรติ ภายใต้แนวคิด &quot;น้ำพระราชหฤทัยรินรด หยดฟื้นผืนแผ่นดิน&quot; ไฮไลต์สำคัญของศูนย์ฯ คือการจำลองรูปแบบสถานีรถไฟสายสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 เพื่อสื่อถึงการเดินทางและบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 9 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด, บุรีรัมย์, สุรินทร์, อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, ยโสธร, นครพนม, มุกดาหาร และอำนาจเจริญ</p>

<p>&nbsp; &nbsp;นอกจากนั้นยังได้ชมนิทรรศการภาพถ่ายประวัติศาสตร์ที่หาชมยาก การจัดแสดง &quot;บุปผาราชินี&quot; พรรณไม้พระราชทาน และการเรียนรู้อัตลักษณ์ 9 จังหวัดผ่านแนวคิด &ldquo;ผีเสื้อแห่งความจงรักภักดี&rdquo; รวมถึงการใช้สื่อมัลติมีเดียถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันระหว่างพระพันปีหลวงกับปวงชนชาวไทย พร้อมร่วมกิจกรรม &ldquo;ร้อยปณิธานความดี ถวายพระพันปีหลวง&rdquo; โดยการเขียนปณิธานความดีลงบนแผ่นประดับ ณ ต้นไม้แห่งปณิธาน เพื่อแสดงความตั้งใจในการสืบสานพระราชปณิธานและบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ</p>

<p>ในการนี้ ดร.พรพิทักษ์ แม้นศิริ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้แสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วย ซึ่งพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ต่างน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรชาวไทย พระเกียรติคุณและพระเมตตาจะสถิตอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตลอดไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/202607229bc5a6a3bcff8b8753469815b233ce57211351.jpg' type='image/jpg' length='137444' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[✨️ สปท.2 จัดอบรมติวเข้ม “การเงิน-บัญชี-พัสดุ” ปี 2569 มุ่งยกระดับธรรมาภิบาล เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/524942</link>
<guid isPermaLink="false">b33f2a471c4ee9ceba0da7833635f08d</guid>
<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 14:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>✨️ สปท.2 จัดอบรมติวเข้ม &ldquo;การเงิน-บัญชี-พัสดุ&rdquo; ปี 2569 มุ่งยกระดับธรรมาภิบาล เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ</p>

<p>ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 เปิดโครงการพัฒนาทักษะและความรู้ด้านการเงิน การบัญชี และการพัสดุ ประจำปีงบประมาณ 2569 ย้ำเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงานให้ถูกต้องตามระเบียบราชการและเท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง</p>

<p>วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 นางพนิดา จันทวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาทักษะและความรู้ด้านการเงิน การบัญชี และการพัสดุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีบุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับงานบริหารทั่วไป งานคลัง และงานพัสดุ จากหน่วยงานสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2, NBT อุบลราชธานี, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดและ สวท. ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธรบุรีรัมย์ สุรินทร์ นครพนม มุกดาหาร และอำนาจเจริญ เข้าร่วมรับการฝึกอบรมจากคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญสำนักงานคลังจังหวัดอุบลราชธานี</p>

<p>นางพนิดา จันทวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 กล่าวว่า ในปัจจุบันระเบียบ กฎหมาย และมาตรฐานการบริหารจัดการด้านการคลังและพัสดุ มีการปรับปรุงและมีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง งานทั้งสามด้านนี้จึงถือเป็นกลไกสำคัญ และเป็นหัวใจหลักในการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 ให้สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การปฏิบัติงานมีความโปร่งใส คุ้มค่า และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล</p>

<p>&ldquo;การจัดโครงการในครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรับฟังบรรยายตามกรอบระเบียบเท่านั้น แต่ต้องการให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคที่พบในการปฏิบัติงาน เพื่อหาแนวทางแก้ไขให้การทำงานมีความคล่องตัว รวดเร็ว และถูกต้องตามระเบียบของทางราชการมากที่สุด ซึ่งจะส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กรในระยะยาว&rdquo; นางพนิดากล่าว</p>

<p>สำหรับการจัดอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มาตรฐานการบัญชีภาครัฐ และระเบียบเบิกจ่ายเงินจากคลัง โดยเน้นการฝึกปฏิบัติและการตอบข้อซักถามในประเด็นที่มักเกิดข้อผิดพลาด เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ของทางราชการต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/202607221607f576c9c82981119347719faa6758211000.jpg' type='image/jpg' length='134387' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[📌 “เจเศรษฐ์” ดัน “โมเดลด่านชุมชนไทย” รับเป้าหมาย UN ยกระดับความปลอดภัย ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/524940</link>
<guid isPermaLink="false">9ad6f5e1167b0b341ef8b700952a3810</guid>
<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 13:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>📌 &ldquo;เจเศรษฐ์&rdquo; ดัน &ldquo;โมเดลด่านชุมชนไทย&rdquo; รับเป้าหมาย UN ยกระดับความปลอดภัย ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน</p>

<p>เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการเข้าร่วม การประชุมระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาความปลอดภัยทางถนน ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า กระทรวงมหาดไทยเตรียมเดินหน้ายกระดับ &ldquo;โมเดลด่านชุมชนไทย&rdquo; ให้เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยต่อยอดจากมาตรการที่ประเทศไทยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันให้สอดคล้องกับเป้าหมายของสหประชาชาติในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนลงร้อยละ 50 ภายในปี 2573</p>

<p>นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งดังกล่าวทำให้เห็นว่า หลายประเทศต่างมุ่งพัฒนาแนวทางลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนตามบริบทของแต่ละประเทศ ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการประกาศเจตนารมณ์ในเวทีระหว่างประเทศ แต่คือการนำแนวคิดเหล่านั้นกลับมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมและวิถีชีวิตของประชาชนในประเทศ</p>

<p>สำหรับประเทศไทย &ldquo;ด่านชุมชน&rdquo; ถือเป็นมาตรการที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนใช้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ รวมถึงช่วงวันหยุดยาวที่มีวันหยุดติดต่อกัน ซึ่งเป็นช่วงที่มีประชาชนเดินทางจำนวนมากและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าปกติ โดยอาศัยการบูรณาการความร่วมมือของฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และภาคประชาชน ร่วมกันเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยในพื้นที่</p>

<p>การดำเนินงานของด่านชุมชนจะพิจารณากำหนดจุดตั้งด่านในพื้นที่เสี่ยงของแต่ละตำบลและหมู่บ้าน เพื่อทำหน้าที่ป้องปราม แจ้งเตือน และลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุ โดยยึดหลักการป้องกันมากกว่าการลงโทษ อาทิ การขอความร่วมมือผู้ขับขี่ที่มีอาการมึนเมาไม่ให้ออกเดินทาง พร้อมประสานญาติหรือบุคคลใกล้ชิดมารับกลับอย่างปลอดภัย การตักเตือนให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงการให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยก่อนเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงก่อนเกิดอุบัติเหตุ<br />
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า จุดแข็งของประเทศไทยคือ พลังของชุมชน ซึ่งเป็นทุนทางสังคมที่หลายประเทศไม่มี เพราะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. อปพร. และอาสาสมัครในพื้นที่ที่รู้จักประชาชน เข้าใจบริบทของชุมชน และสามารถเข้าถึงผู้คนได้อย่างใกล้ชิด จึงทำให้มาตรการด่านชุมชนได้รับความร่วมมือจากประชาชนและสามารถลดความสูญเสียได้อย่างเป็นรูปธรรมในหลายพื้นที่</p>

<p>&ldquo;ด่านชุมชนไม่ใช่ด่านตรวจ แต่เป็นด่านป้องกันชีวิต&rdquo; นายเจเศรษฐ์ กล่าว พร้อมระบุว่า หากสามารถนำศักยภาพของชุมชนมาผสานกับข้อมูล เทคโนโลยี และการบริหารจัดการที่ทันสมัย จะทำให้ โมเดลด่านชุมชนไทย เป็นระบบป้องกันอุบัติเหตุเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ และอาจเป็นแนวทางที่นานาชาติสามารถศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศได้</p>

<p>ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของด่านชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการใช้ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เทคโนโลยี และการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ทุกชุมชนสามารถเป็นกลไกสำคัญในการลดความสูญเสียบนท้องถนนอย่างยั่งยืน</p>

<p>นายเจเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า &ldquo;การป้องกันอุบัติเหตุทางถนนไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน และประเทศไทยมีต้นทุนที่สำคัญที่สุดคือความเข้มแข็งของชุมชน หากทุกชุมชนลุกขึ้นมาดูแลคนของตนเอง ผมเชื่อว่าเราจะสามารถลดความสูญเสียบนท้องถนนได้อย่างยั่งยืน และร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความปลอดภัยทางถนนของโลกให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/20260722db796b71696c6d068610ceb1a90a39d7210514.jpg' type='image/jpg' length='196800' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[📌 นายกฯ ประกาศวิสัยทัศน์ "Green Thailand" บนเวที Green Bridge Forum ชูเศรษฐกิจสีเขียวเป็นรากฐานการเติบโตระยะยาว ย้ำธรรมาภิบาลคือกุญแจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมผลักดันความร่วมมือโลกด้านสิ่งแวดล้อม]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/524937</link>
<guid isPermaLink="false">6d8e3384235e66f2a51a41e813dd9b10</guid>
<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 11:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>📌 นายกฯ ประกาศวิสัยทัศน์ &quot;Green Thailand&quot; บนเวที Green Bridge Forum ชูเศรษฐกิจสีเขียวเป็นรากฐานการเติบโตระยะยาว ย้ำธรรมาภิบาลคือกุญแจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมผลักดันความร่วมมือโลกด้านสิ่งแวดล้อม</p>

<p>(22 ก.ค. 69) ณ ศูนย์การประชุมนานาชาตินงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ &quot;Navigating the Green Transition: Thailand&#39;s Vision for Sustainable Development and Global Climate Action&quot; ในการประชุมเสวนาคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาคและภาคีที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1 (The 1st Green Bridge Forum) ซึ่งจัดโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยมีผู้แทนองค์กรตรวจเงินแผ่นดินสูงสุดจากหลายประเทศเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>

<p>ภายหลังเสร็จสิ้นการกล่าวปาฐกถา นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Green Bridge Forum ครั้งแรก พร้อมชื่นชมสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ริเริ่มเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติ ซึ่งสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการผลักดันธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>

<p>นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันทุกประเทศกำลังเผชิญความท้าทายร่วมกันในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดย Green Transition ไม่ใช่เพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญของโลก ประเทศที่สามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตในอนาคต</p>

<p>นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ประเทศไทยยึดหลักการพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่กัน โดยมองว่าความยั่งยืนไม่ใช่ข้อจำกัดของการพัฒนา แต่เป็นรากฐานสำคัญของความมั่งคั่งในระยะยาว พร้อมเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีนวัตกรรม และมีความยืดหยุ่น ผ่านการลงทุนด้านพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการส่งเสริมนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>

<p>นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวจะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ต้องอาศัยธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง การใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า การดำเนินนโยบายที่สามารถวัดผลได้ และความโปร่งใสตรวจสอบได้ พร้อมระบุว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีบทบาทสำคัญในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของนโยบายภาครัฐ สนับสนุนการกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูล สร้างความโปร่งใส และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกัน ความไว้วางใจถือเป็นทุนสำคัญของการพัฒนา เพราะช่วยส่งเสริมการลงทุน ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยองค์กรตรวจสอบอิสระมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นดังกล่าว</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แนวคิด Green Bridge เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมนโยบายกับการปฏิบัติ เชื่อมนวัตกรรมกับความรับผิดชอบ เชื่อมการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และเชื่อมลำดับความสำคัญของแต่ละประเทศเข้ากับความร่วมมือระดับโลก พร้อมย้ำว่า ไม่มีประเทศใดสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้โดยลำพัง ประเทศไทยจึงพร้อมทำงานร่วมกับประชาคมโลก และเดินหน้ามีบทบาทในคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมขององค์การระหว่างประเทศขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินสูงสุด (INTOSAI Working Group on Environmental Auditing) เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>

<p>ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำคัญของโลก หากทุกประเทศร่วมมือกันด้วยวิสัยทัศน์ นวัตกรรม ความเป็นหุ้นส่วน และธรรมาภิบาลที่ดี จะสามารถสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง สังคมที่มีภูมิคุ้มกัน และอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นต่อไป พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยในฐานะประธานคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมขององค์การสถาบันตรวจเงินแผ่นดินระหว่างประเทศ จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสีเขียวด้วยหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/2026072247f24fb9b216e2963f9eaa45998af06a205211.jpg' type='image/jpg' length='152704' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[🔵วันนี้ค่าฝุ่น PM2.5 ประเทศไทย อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/524936</link>
<guid isPermaLink="false">e4a5692ee38480076c0f16cd2cfe1e4b</guid>
<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 11:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>🔵วันนี้ค่าฝุ่น PM2.5 ประเทศไทย อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</p>

<p>📍ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 4.6 - 24.1 มคก./ลบ.ม.</p>

<p>📍ภาคกลางและตะวันตก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 11.6 - 22.5 มคก./ลบ.ม.</p>

<p>📍ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 8.1 - 21.8 มคก./ลบ.ม.</p>

<p>📍ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 7.2 - 8.7 มคก./ลบ.ม.</p>

<p>📍กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 7.4 - 24.4 มคก./ลบ.ม.</p>

<p>ข้อมูลวันที่ 22 ก.ค. 69 เวลา 10.00 น. จาก Air4thai</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/202607224b5d5ce36b02ce3700e8b45b46be58d7204716.jpg' type='image/jpg' length='114666' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[Thailand² ยกกำลังประเทศไทย ผนึก 5 กระทรวง ยกระดับทุนมนุษย์ พัฒนาการศึกษา-ปลดหนี้-Upskill คนไทยทุกช่วงวัย]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/524598</link>
<guid isPermaLink="false">bfc701448e5a5ddf3e128cfa117d90b4</guid>
<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 08:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาครั้งประวัติศาสตร์ &ldquo;THAILAND&sup2; ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์&rdquo; ได้มุ่งเน้นการลงทุนกับสิ่งที่มีค่าที่สุดคือคนไทย เปิดโอกาสให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะแบบ Upskill และ Reskill เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของ 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงสวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอแผนปฏิบัติการ &ldquo;Lifelong Support&rdquo; เพื่อการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตลอดช่วงชีวิต พร้อมทั้งแถลงผลงานรอบ 90 วันของทั้ง 5 กระทรวง ซึ่งส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านนโยบาย TCAS69 เท่าเทียม การสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้สำหรับเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน การพักชำระหนี้และลดหนี้ให้เกษตรกร การยกระดับสิทธิสวัสดิการผู้ประกันตนและกลุ่มเปราะบาง การเข้าถึงบริการสาธารณสุขดิจิทัลและสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้งหมดนี้คือเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของรัฐบาลในการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด เพื่อพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัยให้มีความเข้มแข็ง มีรายได้ และพร้อมขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นเศรษฐกิจใหม่ในระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืนโดยไม่ทิ้งผู้ใดไว้ข้างหลัง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/20260722a13ab77afab273e0553e34aff39ea479085341.jpg' type='image/jpg' length='1360615' />
</item>
</channel>
</rss>
