<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่นประเด็นร้อน]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/index/id/1169</link>
<atom:link href="https://region2.prd.go.th/th/content/category/index/id/1169" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบ 7 มาตรการดูแลความปลอดภัยในโรงเรียน เป็นวาระแห่งชาติ ห้ามพกอาวุธ ดูแลสุขภาพจิตนักเรียน]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/531130</link>
<guid isPermaLink="false">2b3833754a2b7501f7f2eeb4a4ba80bb</guid>
<pubDate>Wed, 12 Aug 2026 15:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอให้ยกระดับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็น &ldquo;วาระแห่งชาติ&rdquo; เพื่อยกระดับการป้องกัน รับมือเหตุ และสร้างความปลอดภัยให้นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ โดยให้สถานศึกษานำประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ไปดำเนินการทันที เพื่อยกระดับมาตรการการป้องกัน ป้องปราม เฝ้าระวัง ลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความปลอดภัยแก่นักเรียนและนักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งการดูแล ช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจ ประกอบด้วย 7 มาตรการ ดังนี้ 1. ให้มีการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยในระดับสถานศึกษา 2. ให้มีแผนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณพื้นที่ของสถานศึกษา ระบบการติดต่อสื่อสาร การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุการณ์ฉุกเฉิน และการตรวจตราความปลอดภัย 3. ให้มีระบบดูแล คัดกรอง ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต และการพัฒนาครูแนะแนว 4. ให้มีการบูรณาการความปลอดภัยของสถานศึกษาร่วมกับหน่วยงานรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 5. ให้มีการเปิดพื้นที่สถานศึกษาให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์ 6. ให้มีการสร้างความตระหนักรู้และการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในสถานศึกษา และ 7. ให้สถานศึกษาเป็นเขตพื้นที่ปลอดภัย (School Safety Zone) ห้ามไม่ให้นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ของสถานศึกษา ผู้ปกครองหรือบุคคลอื่นใดนำพาหรือพกพาอาวุธปืน ยาเสพติดให้โทษ เครื่องช็อตไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า อาวุธมีด กรรไกร คัตเตอร์ เข้ามาภายในบริเวณพื้นที่ของสถานศึกษาโดยเด็ดขาด หากไม่ให้ความร่วมมือหรือขัดขวางการตรวจสัมภาระหรือสิ่งของที่พกติดตัวมา ให้รีบแจ้งให้ผู้ปกครองของนักเรียน นักศึกษา หรือผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อดำเนินการตรวจสอบหรือดำเนินการตามกฎหมายโดยเร่งด่วน เพื่อป้องกันอันตรายหากเกิดเหตุภัยพิบัติสาธารณะหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงที่กระทบต่อความปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาให้สั่งปิดสถานศึกษาได้ตามความจำเป็น และดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องโดยทันที</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/20260812ced6c5de2c9e550b3379f23b9f7593ad153750.jpg' type='image/jpg' length='1627223' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลของรัฐทั้งระบบ สั่ง 300 กรมเปลี่ยนรหัสผ่านทันที ล้าง 3 หมื่นระบบเก่า-ร้าง ใน 15 วัน บังคับใช้ MFA ป้องกันข้อมูลรั่วไหล]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/531129</link>
<guid isPermaLink="false">b67f53f3e727dab9b804c1c2712dfcbb</guid>
<pubDate>Wed, 12 Aug 2026 15:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากเหตุบัญชีผู้ใช้งานสำหรับยืนยันตัวตน (Credential) รั่วไหล ด้วยมาตรการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย Multi - Factor Authentication (MFA) เช่น การใช้ Digital Identity (ThaID) หรือวิธีการยืนยันตัวตนในรูปแบบอื่นที่มีความมั่นคงปลอดภัย ตามที่ คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กมช.) เสนอ เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในภาครัฐอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะส่งผลให้ระบบดิจิทัลของรัฐมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ภาคธุรกิจและนักลงทุน และประเทศไทยมีมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ทัดเทียมกับระดับสากล โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ดำเนินการตามมาตรา 22 (5) แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและตอบสนองต่อสถานการณ์ภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที โดยที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบ 3 มาตรการ ที่เป็นผลจากการประชุมของคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เสนอ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ดังนี้ 1. Force Reset Password โดยบังคับให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานภาครัฐกว่า 300 กรม เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ทั้งหมดทันที เพื่อตัดวงจรไม่ให้ผู้ประสงค์ร้ายนำฐานข้อมูลเก่าที่รั่วไหลไปสวมรอยใช้งานได้อีก 2. System Cleansing ใน 15 วัน โดยให้ทุกกระทรวงและ 300 กรม ตรวจสอบระบบสารสนเทศในสังกัดกว่า 30,000 ระบบ หากพบระบบใดที่เป็นระบบเก่าหรือระบบร้างที่ไม่ใช้งานแล้ว ให้ทำการปิดการเข้าถึงเชิงระบบ (Back-end) ถาวรภายใน 15 วัน เนื่องจากที่ผ่านมาหลายหน่วยงานเข้าใจว่าปิดหน้าเว็บไปแล้ว แต่ระบบหลังบ้านยังเปิดทิ้งไว้จนกลายเป็นช่องโหว่ 3. ยกระดับใช้ยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (ระบบ MFA)&nbsp;ในระบบภาครัฐทั้งหมดเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/20260812906e0f70b7fcd007b2eeab4dc088cb88153420.jpg' type='image/jpg' length='1313725' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[🌊🌊 สถานการณ์น้ำโขง-ชี-มูล ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง วันที่ 12 สิงหาคม 2569]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/531094</link>
<guid isPermaLink="false">a7d68ea1ee1b072c9985ba039451d69e</guid>
<pubDate>Wed, 12 Aug 2026 11:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="🌊" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tbc/1/16/1f30a.png" width="16" /><img alt="🌊" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tbc/1/16/1f30a.png" width="16" />&nbsp;สถานการณ์น้ำโขง-ชี-มูล ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง<br />
วันที่ 12 สิงหาคม 2569</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/202608121c23d09d25b94f4ddc67a854149f9d6c121957.jpg' type='image/jpg' length='267537' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 สืบสานพระราชปณิธาน ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างอาชีพ รายได้สู่ชุมชน]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/530460</link>
<guid isPermaLink="false">526e5aec2744b11b5a5ce668d35735ae</guid>
<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 08:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดงาน &ldquo;ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี&rdquo; ปี 2569 ภายใต้แนวคิด &ldquo;RADIANCE OF SIAM สิริรัศมีแห่งแผ่นดิน&rdquo; จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 16 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรทั่วทุกภูมิภาค ด้วยการส่งเสริมอาชีพ และสร้างรายได้แก่ราษฎร ควบคู่กับการอนุรักษ์ สืบสาน ต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และร่วมสืบสานพระราชปณิธาน เผยแพร่คุณค่าของภูมิปัญญา วัฒนธรรม&nbsp;อัตลักษณ์ไทย ผ่านผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ และสินค้า OTOP ไทย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนและผู้ประกอบการชุมชน ภายในงานกิจกรรมแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ โซน &ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&rdquo; โซน OTOP ศิลปิน โซน OTOP Health &amp; SPA โซน OTOP NEXT โซน OTOP Cooking Corner โซน OTOP ชวนชิม โซนชุมชนท่องเที่ยว OTOP&nbsp;นวัตวิถี โดยมีกว่า 150,000 ผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมส่งเสริมการขาย ประชาชนสามารถใช้จ่ายผ่านโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; ได้ นอกจากนี้ ยังเพิ่มโซนใหม่ที่ออกแบบให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ 4 โซน ได้แก่&nbsp;1. OTOP Mutelu 2. OTOP Craft &amp; Design 3. OTOP Luxury 4. OTOP Spirits Tasting การจัดงาน 2 วันแรก&nbsp;(8 - 9 ส.ค. 69) ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม มียอดจำหน่ายและยอดสั่งซื้อสะสมรวมทั้งสิ้นสูงถึง 145,986,558 บาท ขอเชิญชวนประชาชน ร่วมชม ชิม ช็อป และร่วมภาคภูมิใจไปกับผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาของคนไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพ ส่งต่อรายได้กลับสู่ชุมชนไทยทั่วประเทศ และเสริมรากฐานเศรษฐกิจไทยให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนไปด้วยกัน ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 - 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/20260811eec56a4f11ba2668379962acb1eed245082012.jpg' type='image/jpg' length='1591247' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ Kick Off “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” จัดงบ 4,452 ล้าน ผ่านกองทุนหมู่บ้านฯ ทั่วประเทศ ช่วยประชาชนเข้าถึงเงินทุน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/530459</link>
<guid isPermaLink="false">5295d273e93fea3c859efcf0f6e121f8</guid>
<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 08:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง&rdquo; โดยรัฐบาลจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ วงเงิน 4,452 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด จำนวน 79,610 กองทุน เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยของสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สำหรับบัญชีที่ 1 ให้กับสมาชิก อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอัตราที่เรียกเก็บตามสัญญา เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการกู้ยืมเงินไปพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และเสริมสภาพคล่องให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้องและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ประชาชนจำนวนมากไม่ได้มีปัญหาที่ความสามารถหรือไม่มีอาชีพ แต่มีปัญหาที่ &ldquo;ขาดเงินทุนตั้งต้น&rdquo; หรือเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ จนต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง จึงต้องมุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ เพิ่มสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนให้สมาชิกสามารถนำไปต่อยอดอาชีพ ลงทุนค้าขาย หรือสร้างรายได้ให้ครอบครัว เป้าหมายของรัฐบาล คือ ทำให้คนที่ต้องการทำมาหากินมีโอกาสเข้าถึงเงินทุนในระบบ ไม่ต้องเริ่มต้นด้วยหนี้นอกระบบ โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ผลักดันโครงการให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและเกิดผลเป็นรูปธรรม นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กล่าวว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก ประชาชนฐานรากต้องการเพิ่มรายได้ จำเป็นต้องอาศัยกลไกแหล่งเงินทุนจากกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อสร้างสภาพคล่อง ในระบบการผลิต การประกอบอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ โดยรัฐบาลจะพิจารณาจัดสรรวงเงินสมทบให้แก่กองทุนหมู่บ้าน โดยคำนวณจากยอดเงินดอกเบี้ยรวมที่กองทุนปรับลดให้แก่สมาชิกในรอบสัญญาของปีบัญชีปัจจุบัน ตามเกณฑ์ขั้นบันได ตั้งแต่ 30,000 - 150,000 บาท ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิกกองทุนกว่า 12 ล้านคน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ประสงค์จะขอสนับสนุนงบประมาณจะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการกองทุนตามระเบียบที่กำหนด และส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ทั้ง 14 สาขาเขตทั่วประเทศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/20260811c3973a246412a6376a27545c30c6c998081238.jpg' type='image/jpg' length='1696561' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“เอกนิติ” สั่งป้องกันแก้ปัญหาอุทกภัย-ภัยแล้งภาคกลาง ทำ Risk Map บริหารจัดการน้ำ เตรียมเครื่องจักรกล ศูนย์พักพิง แจ้งเตือนประชาชนทุกช่องทาง]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/530060</link>
<guid isPermaLink="false">4a83e68d24122a6e78de94ccbbbd7916</guid>
<pubDate>Mon, 10 Aug 2026 08:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เป็นพื้นที่รับน้ำหลากจากทางภาคเหนือก่อนจะระบายลงสู่ทะเล อีกทั้งยังเป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม เขตอุตสาหกรรม ชุมชนหนาแน่น และภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม ทำให้ประสบปัญหาอุทกภัยบ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีหลายจังหวัดต้องเฝ้าระวังปัญหาภัยแล้ง จึงต้องเตรียมมาตรการตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และการฟื้นฟู ด้านการเตรียมความพร้อม จัดทำแผนที่เสี่ยงภัย (Risk map) ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อประเมินจุดเสี่ยงแบบเรียลไทม์ ตรวจสอบประตูระบายน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ การเตรียมพื้นที่รับน้ำ ด้านการเผชิญเหตุและการช่วยเหลือ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด เป็นศูนย์กลางบูรณาการทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน ท้องถิ่น ประชาชน โดยให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ประสบภัยให้เพียงพอ ด้านสาธารณสุข ให้โรงพยาบาลในพื้นที่และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลจัดเตรียม ยา เวชภัณฑ์และบุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อมดูแลประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง พื้นที่เศรษฐกิจ เขตอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการปกป้องอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้กระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ด้านการฟื้นฟูเยียวยา ภายหลังเกิดเหตุสาธารณภัย ให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและจ่ายเงินเยียวยาประชาชนด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม ให้คณะรัฐมนตรีแต่ละท่านดูแลรับผิดชอบเป็นรายลุ่มน้ำเพื่อให้การทำงานมีความรวดเร็ว ด้านการสื่อสารและสร้างการรับรู้ต่อประชาชน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งกระจายข้อมูลสถานการณ์น้ำที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นจริง ผ่านทุกช่องทางสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนกและมีความตระหนัก โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านระบบ Cell Broadcast และการสื่อสารในทุกช่องทาง ควบคู่กับการแจ้งผ่านผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ เพื่อให้การแจ้งเตือนถึงทุกครัวเรือน และประชาชนมีความปลอดภัย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/20260810b7fbbfaeadb4e21b5e71f87e30e4aff2081909.jpg' type='image/jpg' length='1630284' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ศุภจี” เร่งบริหารทุเรียนภาคใต้ ส่งเสริมการตลาด Live Commerce สร้างรายได้ผู้ประกอบการ  ลดค่าครองชีพประชาชน]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/529912</link>
<guid isPermaLink="false">e3e978edba25375f6055dc8d19820ae3</guid>
<pubDate>Sun, 09 Aug 2026 09:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ โดยขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งบริหารจัดการทั้งตลาดในประเทศ และการส่งออกต่อเนื่องจนจบฤดูกาลในระดับราคาที่เหมาะสม จังหวัดชุมพรเป็นจุดสำคัญในการรวบรวมผลไม้ของภาคใต้ หากบริหารจัดการผลผลิตในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยระบายผลไม้จากจังหวัดโดยรอบได้ด้วย ตั้งเป้าดูดซับทุเรียนภาคใต้ประมาณ 300,000 ตัน ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 200,000 ตัน ส่วนการส่งออกทุเรียนไทย ล่าสุด ส่งออกทุเรียนแล้ว 1,110,655.92 ตัน จำนวน 68,044 ตู้ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 127,220.52 ล้านบาท อีกทั้งยังเร่งอำนวยความสะดวกทั้งด้านการส่งออกและการขนส่ง สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจัดทำ &ldquo;ปฏิทินผลไม้&rdquo; ของแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อให้ทราบว่าผลไม้ชนิดใดจะออกสู่ตลาดในช่วงใด และจัดทำข้อมูลราคาให้เกษตรกรติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด สำหรับแนวทางบริหารผลไม้ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ และเกษตรกร เพื่อผลักดันให้ชุมพรเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการผลไม้ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนผลผลิต การทำตลาด การขนส่ง การแปรรูป&nbsp;ไปจนถึงการใช้ประโยชน์จากของเหลือ สำหรับการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;ได้เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จโครงการ &ldquo;E-Com Restart Roadshow&rdquo; เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการจากภาคเหนือและภาคใต้กว่า 120 ร้านค้า ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในรูปแบบ Live Marathon จำหน่ายสินค้าผ่านการไลฟ์สดระหว่างวันที่ 8 &ndash; 17 สิงหาคม 2569 บน Shopee และ Live with Influencer จากผู้ประกอบการ 20 ร้านค้า&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมการไลฟ์สด เลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการไทย เพื่อร่วมสนับสนุน SMEs ไทย สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ และผลักดันสินค้าไทยเติบโตบนแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดว่าตลอดเดือนสิงหาคม 2569 จะสร้างยอดขายกว่า 100 ล้านบาท นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศได้เตรียมจัดจุดจำหน่ายไข่ไก่ไทยช่วยไทยในพื้นที่ในราคาถูกกว่าท้องตลาด และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ตั้งแต่วันที่ 13 -31 สิงหาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าให้กับประชาชน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/20260809cf2371538e934e39c78e3e4c275cde2a090552.jpg' type='image/jpg' length='1484180' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[🌊🌊 สถานการณ์น้ำโขง-ชี-มูล ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง วันที่ 8 สิงหาคม 2569]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/529843</link>
<guid isPermaLink="false">f72eb1030c0722c373da4487a4c249bc</guid>
<pubDate>Sat, 08 Aug 2026 16:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;">🌊🌊 สถานการณ์น้ำโขง-ชี-มูล ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง<br />
วันที่ 8 สิงหาคม 2569<br />
<img alt="" src="https://region2.prd.go.th/cms/s52/u89/News ข่าวเด่น/767031538_1394752632539156_85737.jpg" style="width: 800px; height: 933px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/202608086792df1696593ac88b1e428eae3adc27172453.jpg' type='image/jpg' length='263155' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[✨️ กองทัพภาคที่ 2 นำผู้แทนภาคประชาชนและสื่อมวลชน ลงพื้นที่พลาญหินแปดก้อน อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เสริมสร้างการสื่อสารความมั่นคงอย่างถูกต้องและสร้างสรรค์เชิงรุก]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/529847</link>
<guid isPermaLink="false">e5339b34e08141e86c22e10de2ddb3dd</guid>
<pubDate>Sat, 08 Aug 2026 14:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>✨️ กองทัพภาคที่ 2 นำผู้แทนภาคประชาชนและสื่อมวลชน ลงพื้นที่พลาญหินแปดก้อน อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เสริมสร้างการสื่อสารความมั่นคงอย่างถูกต้องและสร้างสรรค์เชิงรุก</p>

<p>&nbsp; วานนี้ (วันที่ 7 ส.ค. 2569) เวลา 13.00 น. พลโท ปิยะพณห์ ฐิตวัฒนานนท์ แม่ทัพน้อยที่ 2, พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมด้วยพลเอก วิทยา วชิรกุล ที่ปรึกษาสมาคมการลดอาวุธด้านมนุษยธรรมประเทศไทย ( HDAT) นำ นายสมศักดิ์ บุญประชม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต 10 ผู้แทนภาคประชาชน และคณะสื่อมวลชน นักข่าว นักประชาสัมพันธ์ ผู้ดูแลเพจ (แอดมิน) อินฟลูเอนเซอร์ จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่พลาญหินแปดก้อน อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหารสำคัญตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บนเทือกเขาพนมดงรัก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง สร้างสรรค์ และเสริมสร้างการสื่อสารด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนเชิงรุก</p>

<p>&nbsp; &nbsp; โอกาสนี้ แม่ทัพน้อยที่ 2 นำคณะ สักการะพระมหามุนีพิทักษ์ พลาญหินแปดก้อน จากนั้นมอบวัตถุมงคล รุ่น &ldquo;ยุทธบดินทร์ ศตวรรษ&rdquo; แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและกำลังพล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ก่อนนำคณะทำกิจกรรมจิตอาสาปลูกต้นไม้เพื่อพัฒนาพื้นที่ และรับฟังสรุปด้านความมั่นคงจากกำลังพลที่เกี่ยวข้อง</p>

<p>&nbsp; &nbsp;พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการนำคณะลงพื้นที่ว่า อยากให้พี่น้องสื่อมวลชนเห็นถึงการพัฒนาพื้นที่ และเรื่องถนนหนทาง ซึ่งถึงแม้จะเป็นเดินทางได้ยานพาหนะของทหาร แต่ว่าก็ถือว่าก็ยังมีความยากลำบาก เพื่อให้สื่อมวลชนเข้าใจว่าในช่วงการปฏิบัติการไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เป็นภารกิจที่ยาก พร้อมกล่าวว่าในพื้นที่ยังมีปัญหาทุ่นระเบิดจากที่มีสงครามในอดีต ซึ่งศูนย์ทุ่นระเบิดของกองทัพไทยก็พยายามที่จะกู้ระเบิด มาตั้งแต่ปี 42 เป็นต้นมา คาดคงเหลืออีกไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่ก็อยู่ในจำนวนที่เยอะ คือ ประมาณพันตารางกิโลเมตร พร้อมเผยมีแผนพัฒนาพื้นที่โดยหลักเพื่อใช้ในกิจกรรมของทหาร โดยคำถึงถึงความเหมาะสม เพื่อเสริมความมั่นคงในเรื่องที่ตั้ง ที่วางกำลัง ถนนหนทางที่จำเป็นจะต้องใช้เพื่อการลาดตระเวนและส่งกำลังบำรุง ซึ่งในทุกภารกิจจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักเป็นเรื่องแรก ซึ่งต้องดูสถานการณ์ไปก่อน เพราะในช่วงนี้ยังถือว่าสถานการณ์ยังไม่แน่นอน พร้อมยืนยันกองทัพยังมีความพร้อม มีการเฝ้าตรวจตลอด 24 ชั่วโมง</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว เป็นกิจกรรมต่อเนื่อง จากกิจกรรมวันที่ 6 ส.ค. 2569 &nbsp;ที่ กองทัพภาคที่ 2 จัดเวทีเสวนา &ldquo;ร่วมคิด ร่วมสื่อสาร ประสานพลังเพื่อความมั่นคงชายแดน&rdquo; ภายใต้แนวคิด &ldquo;Together for Trust: We Are One We Win&rdquo; เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และภาคประชาชน เพื่อเสริมสร้างการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง สร้างสรรค์ และเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน ณ ห้องทับทิมสยาม ชั้น 5 โรงแรมสุนีย์แกรนด์ แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี<br />
ที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/2026080862b5741b2b96766c1ff6c9ce368f8459174903.jpg' type='image/jpg' length='146134' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["รัฐบาลฟังเสียงประชาชน จึงเร่งเปิดศูนย์ one stop service ให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน รับเรื่องอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"]]></title>
<link>https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1169/iid/529849</link>
<guid isPermaLink="false">c662c5df3d139e3626788d4bd837368b</guid>
<pubDate>Sat, 08 Aug 2026 12:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;รัฐบาลฟังเสียงประชาชน จึงเร่งเปิดศูนย์ one stop service ให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน รับเรื่องอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&quot;</p>

<p>นายพลพีร์ สุวรรณฉวี<br />
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย<br />
ลงพื้นที่ตรวจราชการและมอบนโยบาย<br />
ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วข.สุรินทร์ จ.สุรินทร์​<br />
8​ สิงหาคม​ 2569​</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region2.prd.go.th/th/file/get/file/20260808b790e92beaa83a5573dc60dae4033508175108.jpg' type='image/jpg' length='112998' />
</item>
</channel>
</rss>
