ไทยถือเป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลแปรรูปรายใหญ่อันดับ 5 ของโลก ทำรายได้เกือบ 2 แสนล้านบาทต่อปี ตัวเลขเกือบ 2 แสนล้านบาทที่ได้มาในวันนี้คงไม่เกิดขึ้นถ้าการแก้ปัญหาการทำประมงของไทยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

ไทยถือเป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลแปรรูปรายใหญ่อันดับ 5 ของโลก ทำรายได้เกือบ 2 แสนล้านบาทต่อปี ตัวเลขเกือบ 2 แสนล้านบาทที่ได้มาในวันนี้คงไม่เกิดขึ้นถ้าการแก้ปัญหาการทำประมงของไทยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

ปัญหาที่สั่งสมในภาคประมงมานาน ทั้งการใช้แรงงานที่ถูกจับตาว่ามีความสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายการค้ามนุษย์ รวมถึงการใช้เรือและเครื่องมือการทำประมงที่ทำลายล้างไม่คำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติเรียกว่า IUU Fishing (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing) ซึ่งในปี 2558 ประเทศไทยโดนใบเหลืองเป็นการเตือนอย่างเป็นทางการ จนสหภาพยุโรปยื่นคำขาดให้ประเทศไทยแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง มิฉะนั้นจะถูกห้ามส่งออกอาหารทะเลไปยัง EU ภายในสิ้นปี 2558

💥 การแก้ปัญหาของประเทศไทยต่อกรณี IUU Fishing
รัฐบาลโดยกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักในการดึงความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนโดยมี 6 แผนงานในการแก้ปัญหา IUU Fishing ดังนี้
▪️การจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตทำการประมง โดยจัดหน่วยบริหารเคลื่อนที่เพื่อเร่งรัดการจดทะเบียนเรือและออกอาชญาบัตร
▪️การควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง มีการจัดตั้งศูนย์ติดตามเฝ้าระวังการทำประมง ศูนย์แจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO : Port in Port out Controlling) และตรวจลาดตระเวนเฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำไทย
▪️การจัดทำระบบติดตามเรือ (VMS : Vessel Monitoring System) จัดตั้งศูนย์ควบคุมและติดตามตำแหน่งเรือ และกำหนดให้เรือขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไปต้องติดตั้งระบบติดตาม
▪️การปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับสำหรับสำหรับสัตว์น้ำนำเข้า และสัตว์น้ำที่จับภายในประเทศ
▪️การปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการทำประมง โดยจัดทำ พ.ร.บ.การประมง 2558 และร่างกฎหมายลำดับรองภายใต้ พ.ร.บ.การประมง ด้าน IUU โดยเฉพาะ
▪️การจัดทำแผนระดับชาติในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่มีการจัดทำรายงาน และไร้การควบคุม หรือ National Plan of Action – IUU (NPOA-IUU)

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในภาคการประมง คือตั้งแต่ 1 ก.ค. 58 เป็นต้นมา เรือประมงลำใดที่ไม่ขึ้นทะเบียน ไม่มีใบอนุญาตจะไม่สามารถออกจับปลาได้ รวมทั้งการห้ามใช้เรืออวนลาก การติดตั้งเครื่องมือติดตามเรือประมงนอกน่านน้ำขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไป และการใช้ระบบควบคุมการแจ้งเข้าออกของเรือประมงขนาด 30 ตันกรอส

⚡อย่างไรก็ตามการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดของภาครัฐทำให้เรือประมงในหลายจังหวัดออกมาประท้วงเพื่อให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือเรือประมงที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลได้มีโครงการนำเรือออกนอกระบบโดยรัฐจ่ายเงินช่วยเหลือ หรืออาจเรียกว่าเป็นการ “ซื้อคืนเรือ” ซึ่งตั้งแต่ปี 2558 จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว 364 ลำ และอยู่ระหว่างการประเมินราคาชดเชยอีก 1,007 ลำ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการจ่ายให้แล้วเสร็จภายในปี 2566


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar