สธ. ยืนยัน ยามีสำรอง ย้ำโรงพยาบาลทั่วประเทศประหยัดพลังงาน ใช้เทคโนโลยีลดการเดินทางให้กับประชาชน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมโดยเฉพาะด้านยาและเวชภัณฑ์ ยืนยันว่ามีปริมาณยาและเวชภัณฑ์สำรองใช้ได้ 3-4 เดือน เฝ้าระวังใกล้ชิดในรายการยาที่คาดว่าจะอ่อนไหว ทั้งในด้านวัตถุดิบ การผลิตในประเทศ และนำเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยขาดยา ส่งเสริมการใช้ระบบ Telemedicine และบริการ Health Rider (ส่งยาถึงบ้าน) ลดการใช้พลังงานของทั้งโรงพยาบาลและประชาชน ปรับระยะเวลาการจ่ายยาผู้ป่วยเรื้อรังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ขอให้ประชาชนมั่นใจกระทรวงสาธารณสุขมีระบบเฝ้าระวังสต๊อกยาที่แม่นยำและมีการเตรียมพร้อมรับมือในทุกมิติ ส่วนสถานการณ์น้ำมันปาล์ม กรมการค้าภายใน ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ประมาณ 350,000 ตัน เพียงพอต่อการบริหารจัดการภายในประเทศ ซึ่งในช่วงเดือนเมษายน - กรกฎาคม ผลผลิตปาล์มน้ำมันฤดูกาลใหม่จะทยอยเข้าสู่ระบบ คาดว่าในแต่ละเดือนจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 400,000 ตัน จะทำให้ปริมาณน้ำมันปาล์มในประเทศมีเพียงพอรองรับทั้งการบริโภคภายในประเทศและความต้องการใช้ในภาคพลังงานไม่ว่าจะเป็น B7 B10 และยืนยันว่ายังไม่มีการขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม ซึ่งได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการห้ามปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ขณะที่การช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิต กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน เร่งประสานงานเพื่อส่งร่างกลับยังประเทศไทยโดยเร็ว พร้อมทั้งลงพื้นที่แจ้งสิทธิที่จะได้รับต่อญาติผู้เสียชีวิต และอำนวยความสะดวกเรื่องการจัดเตรียมเอกสาร นอกจากนี้ยังแจ้งเตือนคนไทยในตะวันออกกลาง เพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของทางการอย่างเคร่งครัด หากอยู่ในอาคารให้เข้าห้องหลบภัยทันที หากอยู่กลางแจ้ง ให้หมอบราบกับพื้น และใช้มือป้องกันศีรษะ สามารถออกจากที่หลบภัยต่อเมื่อได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว อยู่ให้ห่างจากเศษระเบิดหรือจรวดที่ยังไม่ระเบิด และงดออกมาบันทึกภาพหรือวิดีโอ ขณะอยู่ในช่วงสัญญาณเตือนภัย


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar