หากจะเอ่ยถึง "โรงเรียนเกษตรที่มีชีวิต" แห่งแรกใน สปป.ลาว ที่ถือกำเนิดจากน้ำพระราชหฤทัยของพระราชวงศ์ไทย ชื่อของ "ศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก ๒๒)" ย่อมเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันอันชัดเจนที่สุด

หากจะเอ่ยถึง "โรงเรียนเกษตรที่มีชีวิต" แห่งแรกใน สปป.ลาว ที่ถือกำเนิดจากน้ำพระราชหฤทัยของพระราชวงศ์ไทย ชื่อของ "ศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก ๒๒)" ย่อมเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันอันชัดเจนที่สุด

จุดเริ่มต้นจากความประทับใจ
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เมื่อครั้งที่ ท่านไกรสร พรหมวิหาร อดีตประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย และมีความประทับใจอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานความช่วยเหลือจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อนำรูปแบบการพัฒนาเกษตรกรรมไปประยุกต์ใช้ในแผ่นดินลาว
ความร่วมมือดังกล่าวนำไปสู่การเปิดศูนย์ฯ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศูนย์ด้วยพระองค์เอง

“ครอบครัวต้นแบบ” : เปลี่ยนชีวิตจากที่ว่างเปล่าสู่ความมั่นคง
หัวใจสำคัญของห้วยซอน-ห้วยซั้ว คือการสร้าง "ครอบครัวต้นแบบ" ที่มอบโอกาสให้เกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินทำกินและประสบความยากลำบาก ได้เข้ามาเรียนรู้วิถีเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริ ทฤษฎีใหม่ ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๔ ปี เกษตรกรเหล่านี้สามารถสร้างรายได้และเก็บออม จนมีเงินซื้อที่ดินทำกินเป็นของตนเองได้จริง

จากจุดเริ่มต้นเพียง ๑๓ ครัวเรือน ในอดีต ปัจจุบันมิตรภาพนี้ได้เบ่งบานและขยายผลสู่ ๙๔ ครัวเรือน ในพื้นที่โดยรอบ และกลายเป็น "ห้องเรียนที่มีชีวิต" ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปลูกพืชและการปศุสัตว์สมัยใหม่ไปยังแขวงต่าง ๆ ทั่วประเทศ
ทั้งยังสอดคล้องกับพระราชดำรัสของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จฯ มาทรงร่วมงานครบรอบ ๒๐ ปี ของศูนย์ฯ ว่า
“ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ คือความสำเร็จที่น่าปลาบปลื้มที่สุด”

บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่บนสายใยแห่งการสืบสาน
ในวาระอันเป็นมงคล ครบรอบ ๗๕ ปีความสัมพันธ์ทางการทูต และก้าวสู่ปีที่ ๓๒ ของศูนย์ฯ แห่งนี้ นับเป็นโอกาสอันสำคัญยิ่งที่ผืนดินห้วยซอน-ห้วยซั้ว จะได้บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี มีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงติดตามการดำเนินงานด้วยพระองค์เอง เพื่อทอดพระเนตรดอกผลแห่งความสำเร็จที่บ่มเพาะมาอย่างยาวนาน

การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ มิใช่เพียงการติดตามงานพัฒนาเท่านั้น หากยังเป็นการ "สืบสาน รักษา และต่อยอด" สายใยแห่งมิตรภาพที่พระราชบิดาทรงวางรากฐานไว้ เพื่อยืนยันว่า น้ำพระราชหฤทัยจากประเทศไทยจะยังคงหล่อเลี้ยงความสุขและความกินดีอยู่ดีของประชาชนลาว ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Tag