โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากประชาชนและผู้ประกอบการ โดยในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นเดือนแรกของการดำเนินโครงการมียอดการใช้จ่ายรวม 43,218.39 ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิสำเร็จ 25,686,181 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วม 1,073,146 ร้านค้า สะท้อนความสำเร็จของมาตรการในการกระตุ้นกำลังซื้อ กระจายเม็ดเงินสู่ผู้ประกอบการ และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนใช้สิทธิวงเงินรอบเดือนกรกฎาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ทั้งนี้หากใช้สิทธิไม่เต็มวงเงินในรอบเดือนนั้นๆ ยอดเงินคงเหลือจะไม่ถูกนำไปสมทบในรอบเดือนถัดไป ส่วนการเปิดให้บริการ “นกกระซิบ” AI Chatbot บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เพื่อเป็นผู้ช่วยด้านธุรกิจแก่ร้านค้าในการบริหารกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการแล้วกว่า 640,000 ราย สะท้อนให้เห็นว่าร้านค้ารายย่อยพร้อมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยบริหารธุรกิจและใช้ประโยชน์จากบริการดิจิทัลของภาครัฐ รวมทั้งเชิญชวนใช้สิทธิส่วนลดค่าโดยสารรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ณ สถานีที่เข้าร่วมโครงการ 117 สถานีทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง กระตุ้นการท่องเที่ยว และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทางราง นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าสนับสนุนการสร้างอาชีพผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” โดยร่วมอุดหนุนเงินลงทุนเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ร้อยละ 50 ของมูลค่าแพ็กเกจ สูงสุดรายละ 10,000 บาท สำหรับแพ็กเกจแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านสินเชื่อ การค้ำประกัน และสิทธิในการใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการในเครือโลตัสและแม็คโครทั่วประเทศ กว่า 2,000 สาขา ฟรีเป็นระยะเวลา 6 เดือน ผู้สนใจเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ ได้ทางเว็บไซต์ ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 สิ้นสุดโครงการวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ สร้างรายได้ และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน