ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ โดยกำหนดมาตรการเร่งด่วน ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการแก้ปัญหา 4 ด้าน ดังนี้ 1. ขจัดคอขวดงบประมาณฉุกเฉิน เพื่อเร่งจัดสรรลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ชาวบ้านโดยเร็วที่สุด 2. ตั้งวอร์รูมมอนิเตอร์ระดับน้ำ 24 ชั่วโมง 3. ใช้โดรนบินสำรวจจุดเสี่ยง จัดเตรียมศูนย์พักพิงรองรับการอพยพ 4. เร่งขุดลอกลำน้ำรับมือครบวงจร วางแผนเก็บกักน้ำสำรองเพื่อป้องกันปัญหาน้ำแล้งหลังหมดฤดูฝน ซึ่งมีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 1,363 จุด และพื้นที่เสี่ยงฝนทิ้งช่วง 444 จุด เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน และการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคการเกษตรได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งสั่งการให้คณะทำงานฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสนับสนุนการทำงานให้กับพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ บริหารจัดการน้ำ เตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว อีกทั้ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย ตลอด 24 ชั่วโมง จัดตั้ง War Room บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานหลักด้านน้ำและเทคโนโลยี เพื่อคาดการณ์และแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เตรียมพร้อม เจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด และให้ประชาสัมพันธ์สถานการณ์ แจ้งเตือนให้ประชาชนทราบในทุกช่องทางในพื้นที่ อาทิ หอกระจายข่าว วิทยุชุมชน ผู้นำชุมชนสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด เพื่อสร้างความตระหนักรับรู้ให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่เสี่ยง หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำผ่านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปรับการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ทั้งการเก็บกักน้ำ การพร่องน้ำ และการระบายน้ำ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของอาคารชลประทาน ผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ รักษาปริมาณน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง และเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที