นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่หาดใหญ่ ติดตามแผนป้องกันอุทกภัยแบบบูรณาการ เพิ่มศักยภาพแก้มลิงคลองเรียน รับน้ำได้ 7.8 แสนลูกบาศก์เมตร พร้อมขอจัดสรรงบ 75 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่หาดใหญ่ ติดตามแผนป้องกันอุทกภัยแบบบูรณาการ เพิ่มศักยภาพแก้มลิงคลองเรียน รับน้ำได้ 7.8 แสนลูกบาศก์เมตร พร้อมขอจัดสรรงบ 75 ล้านบาท

วันนี้ (1 กันยายน 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่แบบบูรณาการ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้บรรยายสรุปสถานการณ์และแผนการบริหารจัดการระบบป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยของเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับน้ำ การกักเก็บ การชะลอน้ำ ไปจนถึงการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนัก และลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของเมืองหาดใหญ่

สำหรับอ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ถือเป็นพื้นที่สำคัญในการรองรับและชะลอน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่ชุมชน โดยมีแนวทางปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ จากเดิมประมาณ 530,000 ลูกบาศก์เมตร เป็น 780,000 ลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 250,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำในช่วงฝนตกหนัก ช่วยชะลอการไหลของน้ำและลดปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่พื้นที่เมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ โดยเทศบาลนครหาดใหญ่ ขอจัดสรรงบประมาณ 75 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว

ขณะเดียวกัน เทศบาลนครหาดใหญ่ได้วางแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ โดยมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองเตย ระยะที่ 1 ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเดิม 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้สามารถเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในช่วงที่เกิดฝนตกหนักและน้ำหลาก

นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณปลายคลองเตย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสูบน้ำจากเดิม 63 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 91 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 44% ซึ่งจะช่วยเร่งการระบายน้ำออกจากพื้นที่และลดระยะเวลาน้ำท่วมขังในเขตเมือง

นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่รายงานว่า แนวทางการบริหารจัดการน้ำดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้ครอบคลุมพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งมีจำนวน 103 ชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจและย่านชุมชนที่มีประชาชน ภาคธุรกิจ และสถานประกอบการอยู่เป็นจำนวนมาก การเพิ่มศักยภาพทั้งระบบกักเก็บและระบบระบายน้ำจะช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น

การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสำคัญของการเร่งแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่เมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การบริการ และการคมนาคมที่สำคัญของภาคใต้ โดยรัฐบาล จังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการแนวทางบริหารจัดการน้ำ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ แนวทางสำคัญคือการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจรในลักษณะ “กักเก็บ–ชะลอ–เร่งระบาย” โดยเพิ่มพื้นที่และความสามารถในการกักเก็บน้ำ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำและการสูบน้ำ เพื่อให้สามารถรับมือกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วงฝนตกหนักได้อย่างทันท่วงที

การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนทั้ง 103 ชุมชน ตลอดจนพื้นที่เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบคมนาคมของเมืองหาดใหญ่ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการว่า หน่วยงานภาครัฐทุกระดับจะร่วมกันยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้เมืองหาดใหญ่มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar