กรมอนามัยเผยกินไส้กรอกทอด 1 ชิ้น เทียบเท่าน้ำมัน 3 ช้อนชา กินมาก สะสมนาน เสี่ยงอ้วนและคอเลสเตอรอลสูง
******************
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ไส้กรอกเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหลักเป็นโปรตีน ไขมัน และน้ำ แต่ยังมีส่วนประกอบของสารอื่น เพื่อให้มีสีสันน่ารับประทาน ป้องกันการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ และยืดอายุการเก็บรักษา ได้แก่
1) วัตถุเจือปนอาหาร ถ้ากินครั้งละจำนวนมาก อาจทำให้ได้รับสารไนไตรต์ในปริมาณสูงเกินกว่าค่าปลอดภัยที่กำหนดไว้ คือ วัยรุ่น 9-18 ปี ไม่ควรเกิน 3.1 มิลลิกรัม ผู้ใหญ่ 19 ปีขึ้นไป ไม่ควรเกิน 3.8 มิลลิกรัม ซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
2) ไขมัน น้ำมัน ช่วยให้ไส้กรอก นุ่ม ชุ่มฉ่ำ มีเนื้อสัมผัสและรสชาติดี ไส้กรอกมีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูง หากทอด 1 ชิ้น เทียบเท่ากับน้ำมัน 3 ช้อนชา หากกินจำนวนมากติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงเกิดโรคอ้วน ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
3) เกลือหรือโซเดียม ส่วนใหญ่ไส้กรอกหมู 1 ชิ้น มีโซเดียม ประมาณ 300-400 มิลลิกรัม เทียบเท่ากับเกลือประมาณ 1/5 ช้อนชา ใน 1 วันไม่ควรกินโซเดียมเกิน 2,000 มิลลิกรัมหรือเทียบเท่ากับเกลือ 1 ช้อนชา หรือน้ำปลา 4 ช้อนชา เพราะการกินโซเดียมมากเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไตเรื้อรังได้
“การเลือกซื้อไส้กรอกควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสีชมพูหรือแดงเข้มเกินไป ควรมีรายละเอียด สถานที่ผลิต วันผลิต วันหมดอายุ ระบุอย่างชัดเจน ควรมีเครื่องหมายรับรองต่าง ๆ เช่น อย. มอก. เป็นต้น และหากพบว่ามีการใส่วัตถุกันเสียก็ไม่ควรบริโภคอาหารนั้นเป็นประจำ
การกินไส้กรอกที่ไม่ทำให้เกิดผลเสียกับสุขภาพ ควรกินในปริมาณที่ไม่มากหรือบ่อยเกินไป แม้ร่างกายมีกลไกการกำจัดสารพิษหรือของเสียออกจากร่างกายได้ แต่หากกินอาหารประเภทเดียวกันซ้ำๆ เป็นเวลานาน ร่างกายอาจมีการสะสมพิษหรือของเสียไว้
วิธีที่จะช่วยให้การสะสมสารพิษหรือของเสียลดลง คือ กินให้หลากหลาย จะช่วยให้ร่างกายมีเวลากำจัดสารนั้นออกจากร่างกายได้ รวมทั้งควรเลี่ยงการกินไส้กรอกที่ทอดอุณหภูมิสูง หรือย่างไหม้เกรียม เพราะอาจก่อให้เกิดสารไนโตรซามีนที่เพิ่มความเสี่ยงเกิดมะเร็งได้ และเพื่อให้ดีต่อสุขภาพ หากกินไส้กรอกควรกินควบคู่กับผักผลไม้ ที่มีเกลือแร่และวิตามินซีสูง เช่น ผักคะน้า กะหล่ำปลี ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศสีดา บร็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ ฝรั่ง ส้ม มะละกอ มะขามป้อม พุทรา สัปปะรด รวมถึงอาหารที่มีวิตามินอีสูง เช่น นม ไข่ ธัญพืช ถั่วลิสง ผักโขม น้ำมันพืช เพื่อให้ได้ประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระด้วย ช่วยต่อต้านมะเร็งได้”