🐝 พบผึ้งชนิดใหม่ของโลก "หยาดอำพันภูจองนายอย"

🐝 พบผึ้งชนิดใหม่ของโลก "หยาดอำพันภูจองนายอย"

มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวการค้นพบผึ้งชนิดใหม่ของโลกจากอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จ.อุบลราชธานี

📌 ผึ้งหยาดอำพันภูจองฯ ถือเป็นผึ้งหายากที่รายงานการค้นพบครั้งแรกในโลกเมื่อปี 2564 ปัจจุบันพบได้ในผืนป่าประเทศไทย ที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย เท่านั้น

ผึ้งหยาดอำพันภูจองฯ มีลักษณะการดำรงชีวิตที่โดดเด่น เมื่อเทียบกับผึ้งให้น้ำหวานต่าง ๆ ที่มีการแบ่งวรรณะ มีนางพญา ผึ้งงาน ผึ้งเพศผู้ อาศัยอยู่กันในรังมาก ๆ แล้ว กลับกันตัวผึ้งหยาดอำพันภูจองฯ จะมีการดำรงชีวิตแบบโดดเดี่ยว เพศเมียจะสร้างรังและดูแลอยู่เพียงลำพัง โดยจะมีการสะสมยางไม้มาใช้สร้างรัง เกิดเป็นท่อยางไม้ใสสวยงาม ภายในรังจะแบ่งเป็นห้อง ๆ ที่เพศเมียจะวางไข่ สะสมอาหาร (เรณู, น้ำหวาน) ไว้ให้ตัวอ่อนมาก ๆ แล้วปิดห้อง ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อน กินอาหาร พัฒนาเป็นดักแด้ ผ่านกระบวนการเปลี่ยนสัณฐานพัฒนาเป็นผึ้งตัวเต็มวัยต่อไป

ผึ้งหยาดอำพันภูจองฯ เป็นผึ้งที่พบได้ยากในธรรมชาติ การสำรวจโดยคณะวิจัยของ ดร.ประพันธ์ ไตรยสุทธิ ที่ค้นพบผึ้งชนิดนี้นั้นยังไม่เคยพบตัวผึ้งบินตามแหล่งอาหาร เช่น ทุ่งดอกไม้ต่าง ๆ ในอุทยานฯ อย่างบริเวณพลาญป่าชาด แต่พบรังตามผาตัดที่มีโพรงดิน ใกล้แหล่งน้ำ เช่น บริเวณของแก่งกะเลา แล้วพบตัวผึ้งอยู่ในรังเพียงเท่านั้น

🐝 ผึ้งหยาดอำพันภูจองฯ ถูกตั้งชื่อเป็นเกีบรติแก่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ที่ซึ่งค้นพบผึ้งชนิดนี้เป็นครั้งแรก นับเป็นผึ้งหายากชนิดใหม่ของโลก ที่พบโดยบังเอิญจากการลองนำรังมาเลี้ยง โดยผึ้งชนิดนี้คล้ายเป็น "กาเหว่า" ในโลกของผึ้ง คือ มีการดำรงชีวิตเป็นปรสิตในระยะตัวอ่อน โดยที่จะแอบเข้ามาวางไข่ในรังของผึ้งเจ้าบ้าน จากนั้นตัวอ่อนของ "กาเหว่า" จะฟัก กินอาหารภายใน จัดการตัวอ่อนเจ้าบ้านทิ้ง แล้วจะเจริญเติบโตขึ้นมาแทนตัวผึ้งเจ้าบ้าน ในลักษณะใกล้เคียงกับนกกาเหว่า

ผึ้งชนิดนี้จะมีร่างกายสีโทนส้มแดงและมีลายสีดำตามร่างกาย รูปร่างสั้นป้อมสันทัด ความยาวลำตัวอยู่ที่ราว 8 มิลลิเมตร ขาคู่หน้ามีสีโทนส้มเหลือง ขณะที่คู่กลางและคู่หลังจะมีโทนน้ำตาลแดงเข้ม ปกคลุมขนสีดำ ส่วนท้ายของท้องจะมีขนสีเหลืองทองสั้น ๆ ปกคลุมอยู่

🌳 ทั้งนี้ จากการสำรวจโดยคณะวิจัย คาดการณ์ว่าผึ้งหยาดอำพันภูจองฯ น่าจะเลือกทำเลสร้างรังโดยคำนึงถึงแหล่งของยางไม้ที่ใช้สร้างรังเป็นหลัก สอดคล้องกับสภาพผืนป่าของอุทยานฯ ที่มีป่าเต็งรัง มีไม้เด่นที่ให้ยางไม้มากอย่างต้นชาด ผึ้งน่าจะเลือกอาศัยตามโพรงร้างเล็ก ๆ ที่มีอยู่ก่อนหน้า มีขนาดที่เหมาะสม นอกจากนี้ มักจะพบรังในที่ชื้น ใกล้กับแหล่งน้ำ คาดว่าผึ้งอาจใช้น้ำช่วยละลายดินตามผนัง จึงสามารถจัดแต่งภายในโพรงได้ง่ายขึ้น ให้สภาพโพรงเหมาะกับรัง

สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้นำโดย ดร.ประพันธ์ ไตรยสุทธิ์ จากสาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี และ นายภากร นลินรชตกัณฑ์ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพพื้นถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับการสนับสนุนจาก สวทช.ในการพัฒนาพื้นที่อุทยานให้เป็นแหล่ง ecotourism ที่สำคัญของประเทศและของโลก

ขอบคุณภาพ : Pakorn Nalinrachatakan


image รูปภาพ
image


คะแนนโหวต :