ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยปรับเกณฑ์การลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ ยกระดับการคัดกรองจากเดิมที่พิจารณาแบบรายครอบครัว เปลี่ยนมาเป็น “พิจารณารายบุคคล” เพื่อคัดกรองให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยตัวจริง และให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกราย ต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เว็บไซต์ของโครงการ: https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th เครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะดำเนินการสำรวจผู้ตกหล่นที่อาจมีคุณสมบัติและยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะประกาศผลผู้ลงทะเบียน วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และใช้สิทธิสวัสดิการได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบได้ โดยจะต้องไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติตามที่ได้รับแจ้งให้ครบทุกเกณฑ์ ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 14 กันยายน 2569 ผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์สามารถยืนยันตัวตนและใช้สิทธิสวัสดิการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและยืนยันตัวตนแล้วจะได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ได้แก่ วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม ค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ บรรเทาภาระค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา