สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ มีพระนามเดิมว่า “หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สวัสดิวัตน์” พระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๗ ณ วังปทุมวัน
พระนาม “รำไพพรรณี” มีความหมายถึงแสงสว่างหรือแสงแห่งพระอาทิตย์ อันสอดคล้องกับเวลาย่ำรุ่งแห่งการประสูติ
ทรงเป็นพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ ต้นราชสกุล “สวัสดิวัตน์” และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงอาภาพรรณี โดยมีพระนามลำลองว่า “ท่านหญิงนา”
เมื่อทรงมีพระชันษาได้ ๒ ปี พระบิดาทรงนำไปถวายตัวแด่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ณ พระที่นั่งสุทธาศรี อภิรมย์ พระราชวังดุสิต ทรงได้รับการอบรมอย่างใกล้ชิดทั้งด้านองค์ความรู้เรื่อง ขนบธรรมเนียมราชสำนัก และงานหัตถศิลป์
ต่อมาทรงศึกษาที่โรงเรียนราชินี และมีพระอาจารย์ถวายพระอักษรเป็นการส่วนพระองค์ ครั้นมีพระชันษา ๑๑ ปี ได้ทรงประกอบพิธีเกศากันต์ตามโบราณราชประเพณี ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ต่อมาทรงรู้จักใกล้ชิดกับสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ด้วยพระอัธยาศัยต้องกัน ทั้งสองพระองค์จึงทรงผูกพันในพระราชหฤทัย และได้เข้าพระราชพิธีอภิเษกสมรสพระราชทาน ณ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๑ ก่อนเสด็จไปประทับ ณ พระตำหนักวังศุโขทัย
นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งชีวิตคู่ที่งดงาม และการเคียงคู่ประวัติศาสตร์สยามประเทศ
ช่วงเวลาแห่งพระเยาว์วัยและการอบรมบ่มเพาะในราชสำนัก เปรียบประหนึ่งแสงแรกแห่งอรุณรุ่ง แม้ยังมิได้เจิดจ้าเต็มท้องฟ้า หากได้ฉายเค้าแห่งความสง่างาม สุขุม และมั่นคง ซึ่งต่อมาจะส่องสว่างเคียงคู่ราชบัลลังก์ในห้วงเวลาที่บ้านเมืองเผชิญการเปลี่ยนแปลงสำคัญ
ความผ่องใสแห่งพระนาม “รำไพพรรณี” จึงเป็นพระนามอันไพเราะ และเป็นนิมิตหมายแห่งพระชนมชีพที่เปล่งประกายอย่างสง่างาม