เขื่อนสิริกิติ์
เส้นเลือดใหญ่จากลุ่มน้ำน่าน
หลายท่านอาจคุ้นเคยกับชื่อ “เขื่อนสิริกิติ์” ในฐานะเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่อาจยังไม่ทราบว่า เดิมทีโครงการนี้มีชื่อเรียกว่า “เขื่อนผาซ่อม” ตามชื่อบริเวณที่ก่อสร้างปิดกั้นแม่น้ำน่าน ในอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๑ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “เขื่อนสิริกิติ์” เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อพสกนิกร
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนสิริกิติ์และโรงไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐
เขื่อนแห่งนี้มิใช่เพียงสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมอันยิ่งใหญ่ หากแต่เป็น “เส้นเลือดใหญ่” ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทย ทำหน้าที่กักเก็บน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในทุ่งราบเจ้าพระยาและลุ่มน้ำน่านหลายล้านไร่ ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ช่วยบรรเทาอุทกภัยซ้ำซาก และยังเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ กำลังการผลิต ๕๐๐,๐๐๐ กิโลวัตต์ สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ
นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งประมงและเส้นทางคมนาคมทางน้ำ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากประโยชน์อันมหาศาลแล้ว ภายในเขื่อนยังเปรียบดั่งอุทยานแห่งความรักและความภักดีอันงดงาม โดยมีจุดแลนด์มาร์กสำคัญ ได้แก่ “สวนสุมาลัย” สวนสวยที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระครบ ๕ รอบ และ “สะพานแขวนเฉลิมพระเกียรติฯ” ที่สร้างขึ้นในวาระครบ ๖ รอบ เพื่อเทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน
เขื่อนสิริกิติ์ จึงมิได้เป็นเพียงอ่างเก็บน้ำ หากแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นอนุสรณ์แห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนคู่แผ่นดินไทยสืบไป