"พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน"
พระราชสมัญญาที่สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล
ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผืนแผ่นดินไทยร่มเย็นภายใต้ร่มพระบารมี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงอุทิศกำลังพระวรกายและพระสติปัญญา เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎรในทุกถิ่นทุรกันดาร
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นี้ กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับปวงพสกนิกรชาวไทย จึงพร้อมใจกันทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระสมัญญา "พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน" เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา วันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ และเพื่อจารึกพระเกียรติคุณที่ทรงมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การศึกษา และการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรอย่างยั่งยืน
พระสมัญญานี้สะท้อนให้เห็นถึงสองบทบาทอันยิ่งใหญ่ที่ทรงผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน พระองค์ทรงเป็นดั่ง "แม่" ผู้โอบอุ้มราษฎรทุกหมู่เหล่าด้วยความรักและความห่วงใย ไม่ว่าลูกจะอยู่ห่างไกลหรือประสบความยากลำบากเพียงใด น้ำพระราชหฤทัยย่อมแผ่ไปถึงเพื่อเยียวยาความทุกข์ยากเสมอ
ในขณะเดียวกัน พระองค์ยังทรงเล็งเห็นว่าการมอบความช่วยเหลือที่ยั่งยืนที่สุดคือการให้วิชาความรู้ จึงทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะ "ครู" ผู้พระราชทานปัญญาและแสงสว่างแห่งชีวิต ทรงริเริ่มโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อสอนทักษะและวิชาชีพแก่เกษตรกรผู้ยากไร้ พร้อมทั้งทรงฟื้นฟูภูมิปัญญาพื้นบ้านและงานหัตถศิลป์ไทยที่กำลังเลือนหาย ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
การทรงงานด้วยพระวิริยอุตสาหะนี้ก่อให้เกิดคุณประโยชน์นานัปการแก่ประเทศไทยอย่างมหาศาล ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนและสร้างอาชีพที่มั่นคงแก่ชุมชนรากหญ้า หากยังเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่สง่างามในสายตาชาวโลก
ดังนั้น สมัญญา "พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน" จึงมิใช่เพียงคำยกย่องเชิดชูพระเกียรติ หากแต่เป็นความจริงที่สลักลึกอยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทย พระราชปณิธานและพระราชดำรัสที่ทรงพร่ำสอนได้กลายเป็นรากฐานอันมั่นคง ที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งและสง่างามตราบจนถึงปัจจุบัน