จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมแผนรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการวางแผนอพยพคนไทยกลับประเทศ ส่วนผลกระทบด้านพลังงาน และเศรษฐกิจ ได้สั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หามาตรการรองรับ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องนำมาตรการมาใช้เพื่อให้เกิดผลต่อประชาชนคนไทยให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 ขณะที่หน่วยงานต่างๆ เร่งกำหนดมาตรการรับมือ โดยกระทรวงการต่างประเทศ ประสานคนไทยในพื้นที่เสี่ยง พร้อมวางแผนเส้นทางเพื่อการอพยพที่ปลอดภัยสูงสุด ด้านกระทรวงการคลัง ย้ำว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพและความแข็งแกร่งเพียงพอ กระทรวงพลังงาน เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน พร้อมระบุว่าขณะนี้มีน้ำมันเพียงพอใน 60 วัน และยืนยันปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก รายงานสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด ส่วนกองทัพอากาศ เตรียมเครื่องบิน Airbus 319 Airbus 320 และ C-130 สำหรับอพยพคนไทย ส่วนเส้นทางการบินสู่ประเทศอิหร่าน เตรียมไว้ 2 แผน กระทรวงแรงงาน สั่งการให้ฝ่ายแรงงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีแรงงานได้รับผลกระทบ พร้อมให้การช่วยเหลือเคลื่อนย้ายแรงงานไทยไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมทั้งชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลางไปก่อน กระทรวงสาธารณสุข จัดทำแผนช่วยเหลือ ทั้งการประสานการดูแลระหว่างประเทศ การใช้ระบบ Telemedicine รวมถึงดูแลผู้เดินทางกลับประเทศในมิติทางกาย สุขภาพจิต และโรคติดต่อ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญ และสถานที่ราชการ