วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นประธานในงานเลี้ยงรับรองเฉลิมฉลองการจัดนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นประธานในงานเลี้ยงรับรองเฉลิมฉลองการจัดนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล “La Mode en Majesté - Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity“ ณ Musée des Arts Décoratifs (พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

นิทรรศการราชพัสตราสู่สากล “La Mode en Majesté - Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity“ จัดขึ้นภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยความร่วมมือของพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน), สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส และ Musée des Arts décoratifs

นิทรรศการนำเสนอคุณค่าแห่งมรดกภูมิปัญญาไทยผ่านฉลองพระองค์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี มาจัดแสดงในต่างประเทศเป็นครั้งแรก ตลอดจนงานหัตถศิลป์ชั้นสูง กว่า 200 รายการ โดยแบ่งเป็น 7 ส่วนจัดแสดง ดังนี้

ห้องที่ 1 “ไทย–ฝรั่งเศส อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านฉลองพระองค์” จัดแสดงวีดิทัศน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐฝรั่งเศสและจัดแสดงฉลองพระองค์ชุดราตรีของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ เมื่อพุทธศักราช 2503

ห้องที่ 2 “ชุดไทยพระราชนิยม จากแนวพระราชดำริสู่อัตลักษณ์แห่งชาติ” จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชวินิจฉัยและทรงออกแบบชุดไทยพระราชนิยม เมื่อปีพุทธศักราช 2503 โดยมีรากฐานมาจากธรรมเนียมการแต่งกายของสตรีในราชสำนักสยาม และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ไปเป็นแบบอย่างในการตัดเย็บสวมใส่ เป็นชุดประจำชาติสำหรับสตรีไทยมาจวบจนปัจจุบัน โดยชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ สมัยที่ 21 ในปี 2569 เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO)

ห้องที่ 3 “สดุดีฝีมือช่าง: สืบสานหัตถศิลป์ไทย” จัดแสดงพระพัชนีด้ามจิ้วของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงและผลงานหัตถศิลป์จากสถาบันสิริกิติ์ ทั้งงานถม งานคร่ำ งานจักสานย่านลิเภา นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเครื่องเบญจรงค์ พร้อมวีดิทัศน์ที่ถ่ายทอดกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานของช่างฝีมือไทย

ห้องที่ 4 “ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยห้องเสื้อบัลแมง”นายปิแอร์ บัลแมง ได้ถวายงานออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์ โดยมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่พ.ศ. 2502 ต่อมา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระราชทานผ้าไทยให้นายบัลแมงไปออกแบบตัดเย็บเป็นฉลองพระองค์ ผสมผสานงานปักชั้นสูงของฝรั่งเศสโดยนายฟรองซัวส์ เลอซาจ เป็นพระราชกุศโลบายในการเผยแพร่ผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักในนานาประเทศ

ห้องที่ 5 “ผ้ายก: มรดกภูมิปัญญาผ้าไทย”จัดแสดงฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากผ้ายก ผ้าขิด ผ้าจก และผ้าแพรวา ตลอดจนผืนผ้ายกโบราณ แสดงถึงภูมิปัญญาการทอผ้าในแต่ละท้องถิ่นของไทยที่ยังทรงคุณค่ามาจนปัจจุบัน

ห้องที่ 6 “ผ้ามัดหมี่: หัตถกรรมไทยสู่สากล” จัดแสดงฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ และวีดิทัศน์แสดงขั้นตอนการเลี้ยงไหม การสาวไหม และการทอผ้า

ห้องที่ 7 “ชุดไทยร่วมสมัย
แรงบันดาลใจจากอดีตสู่ปัจจุบัน” ผลงานที่จัดแสดงในส่วนนี้ เป็นการต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมด้วยความคิดสร้างสรรค์ และยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน ทั้งชุดไทยแบบร่วมสมัย และตัวอย่างเทคนิคงานปักแบบผสมผสานจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ รวมทั้ง ผลงานจากดีไซเนอร์ไทยร่วมสมัย ได้แก่ ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ การออกแบบแฟชั่น ห้องเสื้อ Tirapan, พลพัฒน์ อัศวะประภา แบรนด์ Asava, วทิต วิรัชพันธุ์ เเละอิทธิ เมทะนี เเบรนด์ Vatit Itthi, วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข แบรนด์ Wishirawish เเละ พลัฏฐ์ พลาฎิ แบรนด์ Meshmuseum

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงสาธิตศิลปหัตถกรรมไทย ได้แก่ งานปักซอยแบบไทยโบราณ จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และงานปักประดับผสมผสานเทคนิคจากยุโรป จาก SIRIVANNAVARI Atelier and Academy ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้วย

นิทรรศการราชพัสตราสู่สากล “La Mode en Majesté: Royal Thai Dress From Tradition to Modernity" จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และวาระครบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐฝรั่งเศส เปิดให้เข้าชมได้จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ที่มา: HRH Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Tag