♦เช็คอินปัตตานี เมืองที่หลากหลายทางวัฒนธรรม กับสถานที่ที่ต้องไป
นักวิชาการทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดีเชื่อว่า เป็นเมืองที่แวะพักจอดเรือ เพื่อแลกเปลี่ยนซื้อ-ขายสินค้าระหว่างพ่อค้าชาวอินเดียทางตะวันตกกับพ่อค้าชาวจีนทางตะวันออก ชนพื้นเมืองบนแผ่นดินและหมู่เกาะใกล้เคียงต่างๆ ทั้งเชื่อว่าเดิมปัตตานีเป็นอาณาจักรที่เก่าแก่และมีความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เนื่องจากมีหลักฐานทางโบราณคดีว่า บริเวณอำเภอยะรัง มีซากร่องรอยของเมืองโบราณขนาดใหญ่ซ้อนทับกันถึง 3 เมือง มีวัตถุโบราณ สถานที่ศาสนสถานหลายแห่ง และยังค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก และเมืองนี้น่าสนใจมากๆ ที่ 3 วัฒนธรรมอยู่ในจังหวัดเดียวกัน แถมยังเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงามมากอีกด้วย
ที่แรกพาไป วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม หรือวัดหลวงปู่ทวด ที่ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วกว่า 300 ปี ตามตำนานกล่าวว่า พระยาแก้มดำเจ้าเมืองไทรบุรี ต้องการหาชัยภูมิสำหรับสร้างเมืองใหม่ให้กับน้องสาว จึงได้เสี่ยงอธิษฐาน ปล่อยช้างให้ออกเดินทางไปในป่าวันหนึ่ง ช้างได้หยุดอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง แล้วร้องขึ้น 3 ครั้ง พระยาแก้มดำจึงได้ถือเป็นนิมิตที่ดี จะใช้บริเวณนั้นสร้างเมือง แต่น้องสาวไม่ชอบ จึงให้สร้างวัดแทน แล้วให้ชื่อว่า วัดช้างไห้ แล้วนิมนต์พระภิกษุรูปหนึ่ง ที่ชาวบ้านเรียกว่า ท่านลังกา หรือ สมเด็จพะโคะ หรือหลวงพ่อทวดเหยียบนํ้าทะเลจืดมาจำพรรษา ภายในวิหารจะพบรูปหล่อองค์หลวงปู่ทวดตั้งตระหง่านอยู่กลางวิหาร ส่วนภายนอกมีสถูปบรรจุอัฐิหลวงปูทวดไว้ให้กราบไหว้
สักการะต่อที่ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง ศาลเจ้าเก่าแก่อายุมากกว่า 500 ปี มีประวัติอันยาวนานประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมอ เจ้าแม่ทับทิม ในวันขึ้น 15 คํ่า เดือน 3 ของทุก ปี จะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ไปตามถนนสายต่าง ๆ ภายในตัวเมืองปัตตานี ศาลเจ้านี้ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากประชาชนชาวไทย และประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก จึงมีผู้มาบนบานศาลกล่าวขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
มาต่อที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีก่อสร้างขึ้นในปี 2497 โดยใช้พื้นที่บริเวณริมถนนหลวงสายปัตตานี-ยะลา ย่านตำบลอาเนาะรูกว้าง 3 ไร่ 55 ตารางวา ตามแนวคิดของรัฐบาลในสมัยนั้นที่ต้องการให้เกิดสันติสุขขึ้นในพื้นที่ห่างไกลที่มักมีความรุนแรงเกิดขึ้นทั้งจากสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่พัฒนาและความแตกต่างทางศาสนามัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี รูปทรงคล้ายกับ “ทัชมาฮาล” ประเทศอินเดีย ตรงกลางเป็นอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยอยู่ 2 ข้างสูงเด่นเป็นสง่า และมุมที่พลาดไม่ได้เลยก็คือมุมสะท้อนกับสระนํ้าสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ด้านหน้า
ป่าในเมืองหรือ เรียกอีกชื่อว่า หอดูนกม.อ.ปัตตานี ซึ่งตั้งอยู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ เรียกว่าเป็นปอดของสิ่งมีชีวิตที่หล่อเลี้ยงสัตว์น้อยใหญ่ ให้มีความเจริญเติบโตเกิดความอุดมสมบูรณ์ สร้างสมดุลให้กับนานาสรรพสิ่ง หากมาเยือนยามเช้าก็จะได้เห็นอาทิตย์แรกแย้ม เมื่อขึ้นไปบนหอหันหน้าไปทางทะเลจะพบความงดงามของท้องทะเล ด้านล่างเต็มไปด้วยต้นโกงกางน้อยใหญ่ ทางเดินก็สะดวกสบาย สำหรับใครที่ต้องการมาพักผ่อน สามารถพาครอบครัวมาชมความสวยงามกันได้
จริงๆแล้วปัตตานี้ มีสถานที่เช็คอินอีกหลายจุดเลยนะ หากมีโอกาสแวพไปเที่ยวกันนะจ๊ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ